รวมบทวิเคราะห์หุ้น


บทความ ล่าสุด

20 กุมภาพันธ์ 2561

หุ้นเด่น..เลือกเล่นลงทุน

ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน         
(สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร COM7*, TOA, SIMAT
          COM7* (เป้า Consensus 20.5 บาท) 1) คาดรายงานผลการดำเนินงาน 4Q60 สัปดาห์นี้ โตเด่น YoY, QoQ + Opportunity day วันที่ 22 ก.พ. 2) ผลการจัดงาน “Thailand Mobile Expo 2018” ครั้งที่ 29 (15 – 18 ก.พ.) ยอดขายในงาน ?2 พันล้านบาท (มากกว่าที่ผู้จัดงานคาด +5%) แสดงให้เห็นถึงดีมานด์สินค้าอุปกรณ์ไอทีเติบโตต่อเนื่อง แม้จะเพิ่งผ่านช่วง High season มา 3) ประเมินรูปแบบราคา แกว่งตัวรอสัญญาณการ Breakout แนวต้านเทรนไลน์ที่ 17.4 บาท หากทะลุผ่านได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้าน 18 บาท / แนวรับ 16.8 บาท (Trailing stop 16 บาท)
          TOA (เป้า Consensus 36.2 บาท) 1) ราคาหุ้น Pullback ลงมา หลัง Break แนวต้านสำคัญ 35 บาทได้ ยังคงแนะนำ "เก็งกำไร" ประเมินแนวรับ 33.75 บาท / แนวต้าน 35 บาท และถัดไปที่ 37 บาท (Stop loss 32.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานเป็นขาขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยฝ่ายวิจัยฯประเมินมูลค่าโครงการอสังหาฯที่จะเปิดใหม่ใน 1 - 2 ปีนี้จะกลับมาขยายตัวราว 10 - 15% ต่อปี เทียบกับปี 2560 ที่เติบโตเพียง 3 - 4% รวมทั้งโครงการ EEC ที่คาดจะทำให้ดีมานด์สีทาอาคาร เพิ่มขึ้นมากกว่าในอดีต ... Consensus คาดกำไรปี 2561โต 34.7% YoY  3) เริ่มทำการปรับราคาขาย 5 - 8% ในปีนี้แล้ว สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับขึ้น ตามราคาน้ำมัน ทำให้ลดความเสี่ยงเรื่องอัตรากำไร
          SIMAT (เป้าพื้นฐาน 5.1 บาท) 1) เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของ SIMAT จะเริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นแบบไตรมาสต่อไตรมาส โดยเริ่มจาก 1Q61 จาก i) ธุรกิจบรอดแบนด์ไม่เป็นตัวถ่วง ถึงจุดคุ้มทุนแล้ว EBITDA พลิกเป็นบวก และเตรียมรุกกลุ่มลูกค้าองก์กร ii) ธุรกิจ Label & Stamping parts รับออเดอร์ iPhone X ใน 1Q61 และ iPhone SE2 กลางปีนี้ iii) ธุรกิจ IT Solution มีโอกาสเติบโตอีกมากตาม เทรนด์ยุคดิจิตอล 2) ราคาหุ้น Pullback ลงมาหลัง Breakout แนวต้านสำคัญที่ 4.0 บาทได้ ยังคงแนะนำ "เก็งกำไร" ประเมินแนวรับ 3.9 บาท / แนวต้าน 4.2 บาท และถัดไปที่ 4.5 บาท (Trailing stop 3.78 บาท) ... คาดเตรียมประกาศซื้อกิจการเร็วๆนี้ (เรายังไม่รวมกำไรจากการซื้อกิจการใหม่ ในประมาณการฯ) 
 
หุ้นในกระแส
          สำหรับนักลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นหลักของแต่ละกลุ่มที่แนวโน้มปีนี้ดี ตามที่เราแนะนำก่อนหน้า ที่บริเวณ SET index 1760 จุด แล้ว แนะนำ "ทยอยสะสมเพิ่ม" / "Let profit run" ต่อ สำหรับหุ้นกลุ่มหลักต่อไปนี้ และเพิ่มกลุ่มลีสซิ่ง (กนง ยืนยันนโยบายดอกเบี้ยไทยไม่ตามเฟด) โดยกำหนดจุด Trailing stop กรณี SET index ต่ำกว่า 1780 จุด
          I.    กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (รับอานิสงส์เศรษฐกิจโต + ดอกเบี้ยขาขึ้น) เลือก BBL*
          II.   กลุ่มค้าปลีก (รับอานิสงส์เศรษฐกิจโต + ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค. สูงสุดรอบ 36 เดือน) เลือก COM7*, SF
          III.  กลุ่มสื่อ (รับอานิสงส์เศรษฐกิจโต + ผ่านจุดต่ำสุดใน 4Q60) เลือก MONO*, RS (รัฐเตรียมใช้ ม.44 ช่วยยืดเวลาจ่ายไลเซนส์ทีวีดิจิตอล)
          IV.   กลุ่มนิคมฯ (รับอานิสงส์โครงการ EEC) เลือก AMATA*
          V.    กลุ่มท่องเที่ยว (รับอานิสงส์การท่องเที่ยว) เลือก AOT*
          VI.   กลุ่มลีสซิ่ง (ที่ประชุม กนง คงดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง) เลือก ECL
 
หุ้นมีข่าว
          (+) เอสซีจีจ่อซื้อหุ้นบริษัทเวียดนามรุกการแข่งขัน 'ตลาดพลาสติก' (โพสต์ทูเดย์) เอสซีจีจ่อซื้อหุ้นบีเอ็มพี รัฐวิสาหกิจพลาสติกรายใหญ่ของเวียดนามเพิ่ม ระหว่างแปรรูปใหญ่ 9 มี.ค.นี้ นิตยสารนิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานอ้างการเปิดเผยของนายเหวียนหว่างหนาน รองประธาน บริษัท นินห์ บินห์ พลาสติกส์ (บีเอ็มพี) รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตท่อพลาสติกรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ว่า บีเอ็มพีจะเปิดขายหุ้นล็อตใหญ่ 29.51% ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ซึ่งเบื้องต้นบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม ในเครือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) ได้แสดงความสนใจเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวด้วย
          (- กลุ่มเหล็ก TMT, THE) ญี่ปุ่นหวั่นทรัมป์ทำเหล็กทะลักเอเชีย (โพสต์ทูเดย์) กลุ่มเหล็กญี่ปุ่นกังวลมาตรการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐอาจทำเหล็ก-อะลูมิเนียมท่วมตลาดเอเชีย นายโทชิฮารุ ซาคาเอะ รองประธานบริษัท นิปปอน สตีล ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า มาตรการตั้งกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะบังคับใช้หรือไม่นั้น อาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะเหล็กท่วมตลาดเอเชียได้
          (- กลุ่มยานยนต์ ที่ผลิตชิ้นส่วน "มอเตอร์ไซต์" STANLY / ลีสซิ่งเน้น "มอเตอร์ไซต์" TK. GL) เก็บภาษีรถมอเตอร์ไซค์เพิ่ม "กรมสรรพสามิต" ลุยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ไทยรัฐ) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า หลังจากปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์จัดเก็บจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2559เช่น กลุ่ม อีโคคาร์ ที่รถยนต์กลุ่มนี้ปล่อยก๊าซ CO2 ไม่ถึง 120 กรัมต่อกิโลเมตร (กม.) เสียภาษีสรรพสามิต 17% รถยนต์นั่งขนาดกลางความจุตั้งแต่ 1800-2000ซี.ซี.เช่น รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงอี 20 เสียภาษีสรรพสามิต 25% ของขายปลีกแนะนำกรมฯจึงได้นำแนวคิดดังกล่าวมาใช้กับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นกลุ่มปล่อยมลภาวะด้วยเช่นกัน
          (0) FSMART ยันไม่หวั่น 7-11 ทำแบงก์เอเย่นต์ 'สมชัย’ปลัดคลังหนุน ชม ธปท.คิดรอบคอบแล้ว (ข่าวหุ้น) ฟอร์ท สมาร์ทฯ (FSMART) ไม่หวั่นหาก 7-11 ทำธุรกิจแบงก์กิ้งเอเย่นต์ เพราะมีฐานลูกค้าต่างกัน ลั่นเดินหน้าขยายตู้บุญเติมอีก 2 แสนตู้ หนุนรายได้ปี 61 โต 15-20% จ่อปิดดีลธนาคารอีก 3 ราย เดือน มิ.ย.นี้ ด้าน “สมชัย” ปลัดคลังออกมาหนุนสุดตัว ให้เซเว่นฯ เปิดรับฝากเงิน ถอนเงิน พร้อมยกยอ ธปท.คิดรอบคอบแล้ว ด้านผู้บริหารแบงก์ชาติเล็งปรับปรุงเกณฑ์ใหม่ คาดออกใช้ได้ภายในเดือน มี.ค.นี้
          (+) EGCO* เล็งฟาด กำไร 3 พันล้าน ขายทิ้ง EASTW (ข่าวหุ้น) EGCO* ลุ้นฟาดกำไรกว่า 3,000 ล้านบาท หลังเซ็นขายหุ้น EASTW ที่ถือทั้งหมด 18.72% ให้ "มะนิลา วอเตอร์" คาดขายหุ้นแล้วเสร็จไตรมาส 1/61 หวังนำเงินไปลงทุนขยายธุรกิจในอนาคต
 
หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
          MAJOR* (Under Review) รายงานผลประกอบการต่ำคาดมาก ... อ่านบทวิเคราะห์ Alert วันนี้เพิ่มเติม ... แต่ยังประกาศปันผล 0.60 บาท (ทั้งปีจ่ายปันผล ดีกว่าคาด) หากต่ำกว่า 28 บาท แนะนำ Stop loss
          ECL (เป้าพื้นฐาน 4.1 บาท) ประเมินแนวรับ 3.54 บาท แนวต้านเทรนไลน์ที่ 3.62 บาท และถัดไปที่ 3.9 บาท (Stop loss 3.4 บาท)
          SF (เป้า Consensus 9.8 บาท) แนะนำ "Let profit run" โดยกำหนด Trailing stop 9.25 บาท
          ECF (ยังไม่มีเป้า Consensus) แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนด Trailing stop 7.35 บาท
 
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
          KTC* แนะนำ "ถือ" เป้าพื้นฐาน 245 บาท แม้ฝ่ายวิจัยฯ จะยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ KTC* แต่ประเมินราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาแรงถึง +54% YTD และ +71% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมานั้นแซงปัจจัยพื้นฐานไปแล้ว โดยราคาหุ้นในปัจจุบันคิดเป็น P/E ที่ 19x อิงจากอัตราการเติบโตของกำไรในอนาคตที่ 17% ในขณะที่ PEG ก็ >1.0x จึงปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" (จากซื้อ) แต่ยังคงราคาเป้าหมายเอาไว้ที่ 245 บาท (อิงจาก P/E ที่ 16x หรือ PEG ที่ 1.0x) โอกาสในการ Upgrade ราคาเป้าหมายของหุ้นตัวนี้จะขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายในการกันสำรองในปี 2561/62 ว่าจะต่ำกว่า 820bps หรือไม่, การกลับรายการกันสำรอง NPL ในอดีต, และการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตว่าจะสูงกว่า 10% หรือไม่
          กลุ่มขนส่ง น้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2561 โต 7.6-9.1% YoY เป็น 38-38.5 ล้านคน สำหรับในขณะนี้ เราคิดว่า 1Q18 จะเป็นไตรมาสที่กำไรของกลุ่มขนส่งทางอากาศแข็งแกร่ง เพราะเป็นช่วง  High season ของการท่องเที่ยว
 
          นักวิเคราะห์: อดิศักดิ์ คำมูล
 
Trends & Turns: บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ASSET DYNAMICS         
แนะนำ “ซื้อ” CPALL,EGCO,IRPC, JMART,KTC,MTLS,PSL และ “ขาย” AAV,ANAN,BEC,DTAC,EPG,KCE,LPN,STEC,UNIQ          
ส่วนเกาะตลาด: คงน้ำหนัก beta=35% ลุ้นขึ้นต่อ+ให้ยกระดับหยุดขาดทุนระยะสั้นขึ้นมาเป็น 1,802/1,167 จุด
 
SECTOR THEMATICS 
          พาณิชย์ | OVERWEIGHT | กำลังซื้อเริ่มฟื้น เน้นหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว หุ้นเด่น BEAUTY,CPALL,HMPRO
          พลังงาน/ปิโตรเคมี | NEUTRAL | ราคาน้ำมันดิบ>$60 หุ้นเด่น BANPU,EA,GPSC,IRPC,PTT,PTTEP,PTTGC,SGP
          ธนาคาร | NEUTRAL | ธปท. คาด 61F สินเชื่อโต +6-8%YoY อิง GDP +4%YoY หุ้นเด่น KBANK,KKP,SCB,TCAP
          สื่อสาร | NEUTRAL | ราคาถูกกดดันมานาน สะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว หุ้นเด่น ADVANC,DTAC,INTUCH,TRUE
          อสังหาริมทรัพย์ | NEUTRAL | มีสัญญาณบวกกระจายไปทั่วทุกกลุ่ม หุ้นเด่น AMATA,ORI,UV,WHA
          ส่งออก | UNDERWEIGHT | เศรษฐกิจโลกฟื้น แต่ได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นต่อเนื่อง หุ้นเด่น TU
STOCK LOGICS
BEAUTY | บิวตี้ คอมมูนิตี้ | ซื้อ | แนวต้าน=22.9 แนวรับ=22.- ตัดขาดทุน=21.5
          ผบห. เผยเดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง หนุน 61-63F รายได้เติบโตได้ไม่ต่ำกว่าเป้าหมาย +20%YoY  9M60 ยังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ยอดขาย 2,622ลบ. +42%YoY กำไรสุทธิ 821ลบ. +72%YoY มูลค่ายุติธรรม=26.8บ. (GGM: ROE=70%, COE=12%, LTG=10% ได้ P/B=30x อิง 62F BV=1.02บ.)
 
CPALL | ซีพี ออลล์ | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | แนวต้าน=85.75 แนวรับ=80.- ตัดขาดทุน=77.-
ยอดขายโตตามภาวะเศรษฐกิจและการขยายสาขาของ 711+MAKRO และมีประเด็นบวกจากธุรกิจใหม่ 9M59 มียอดขาย 347 พันลบ. +7.4%YoY กำไร 14 พันลบ. +16.2%YoY ทำได้ดีกว่า นวค. คาดการณ์ มูลค่ายุติธรรม=93.5บ. (GGM: ROE=30%, COE=10%, LTG=8% ได้ P/B=11x อิง 61F BV=8.5บ.)
 
MEGA | เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ | ซื้อ | แนวต้าน=47.- แนวรับ=41.- ตัดขาดทุน=38.-
          ยอดขายยังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตสูงมากในแอฟริกา และมี GPM อยู่ในระดับสูงที่ 40%  9M60 ยอดขาย 6,898ลบ. +11%YoY กำไร 728 ลบ. +45%YoY เนื่องจากควบคุม SG&A ได้ค่อนข้างดี  มูลค่ายุติธรรม=54บ. (GGM: ROE=22%, COE=10%, LTG=8.5% ได้ P/B=9x อิง 61F BV=6บ.)
 
MTLS | เมืองไทย ลิสซิ่ง | ซื้อ | แนวต้าน=43.5 แนวรับ=41.5 ตัดขาดทุน=40.5
          60-61F คาดกำไรเติบโตกว่า +50%CAGR จากการรุกขยายสาขาและประสิทธิภาพดำเนินงานเพิ่มขึ้น *  9M60 แจ้งดอกเบี้ยรับสุทธิ 4,840ลบ. +75%YoY กำไร 1,757ลบ. +79%YoY ทำได้ดีกว่าที่ นวค. คาดมูลค่ายุติธรรม=50บ. (GGM: ROE=28%, COE=12%, LTG=10% ได้ P/B=9x 61F BV=5.6บ.)
 
PTT | ปตท. | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | แนวต้าน=510.- แนวรับ=487.- ตัดขาดทุน=476.-
          กำไรมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง รับอานิสงส์ราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในช่วงปี 59 อย่างมีนัยสำคัญ * 9M60 กำไร 99.8พันลบ. +32%YoY ซึ่งสูงกว่ากำไร 59A และ 58A ที่ 94.6พันลบ. และ 19.9พันลบ. ตามลำดับ มูลค่ายุติธรรม=520บ. (GGM: ROE=12.5%, COE=10%, LTG=6% ได้ P/B=1.63x อิง 61F BV=320บ.)
 
ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.ทิสโก้
กลยุทธ์การลงทุน : หาจังหวะทยอยสะสม-ซื้อคืน, Selective Buy
          มองตลาดยังมีแนวโน้มแกว่งผันผวนเพื่อสร้างฐานอย่างน้อยจนถึงสิ้น ก.พ. มอง SET จะดูดีขึ้นหากปิดเหนือ 1810 ได้ และยืนยันสิ้นสุดการพักฐานเมื่อปิดเหนือ 1820 ยังแนะนำหาจังหวะทยอยสะสม-ซื้อคืนช่วงตรุษจีน เน้นหุ้นงบดี-ปันผลดี-มีสตอรี่ดี หากผิดคาดใช้จุด Stop เมื่อ SET ปิดต่ำกว่า 1780
          - ประเด็นหุ้นน่าสนใจ Trading Pick PTTGC – รายงานกำไรจากการดำเนินงานปกติ 4Q17 ที่ 1.06 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 21% ทั้ง YoY และ QoQ จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 6 บริษัทใหม่ผ่านโครงการ Asset Injection ของ PTT และอัตราการใช้กำลังการผลิตธุรกิจอะโรเมติกส์ที่สูงขึ้น, แนวโน้มกำไร 1Q18F ยังคงแข็งแกร่ง จากราคา HDPE ที่สูงขึ้นในรอบหลายปี และการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น, ปันผล 2.5 บ. XD 5 มี.ค. นี้, เป้าพื้นฐาน 114 บ. / SAPPE ปรับประมาณการกำไรปี 17-19F จากตลาดในปท.ที่อ่อนแอกว่าคาดและตลาดส่งออกได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็ง แต่ยังแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มกำไรที่จะฟื้นตัวในครึ่งแรกปีนี้, เป้าพื้นฐานใหม่ที่ 36 บ. / ไม่มีหุ้นไทยตัวใดเข้า-ออกการทบทวนดัชนี MSCI รอบนี้ (มีผล 1 มี.ค.) / หุ้นงบดี ราคามี upside 10% ขึ้นไป ชอบ ASAP, BEAUTY, BPP, BR, COM7, DRT, HANA, HARN, IHL, JWD, ORI, ROJNA, SEAFCO, TPIPP / หุ้นปันผลดี (Remaining Div. Yield > 3%) ชอบ AP, ASK, ASP, BPP, BR, FTE, GLOW, HARN, IRPC, KKP, KTB, NYT, ROJNA, SIRI, SPRC, TMT, UVAN ส่วนหุ้นที่อยู่นอกเหนือจากการวิเคราะห์ของเราและตลาด แต่การประเมินเบื้องต้นของเราคาดจะเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลดี (Div. Yield >= 5%) ASIMAR, ESTAR, MSC, PDI, PL, PRIN / หุ้นอิงการลงทุนภาครัฐ-เร่งผลักดัน EEC และลงทุนเอกชนฟื้นตัวตาม – นิคม AMATA, ROJNA, WHA รับเหมา – CK, STEC, UNIQ, SEAFCO / แบงก์ – BBL, KBANK / หุ้นอิงศก.และการบริโภคในปท. รับการเลือกตั้ง – BEAUTY, COM7, PLANB, VGI / หุ้นมีอนาคต กำไรเติบโตสูง – ASAP, JWD, MINT, ORI, PRM, TPIPP
          - หุ้น Weekly GURU ซื้อ COM7 (เป้าสั้น 17.5 บ.), PDI (24.1 บ.) / ถือ HANA (46.5 บ.), SEAFCO (10.3 บ.) / ถึงเป้าขายทำกำไร VGI (+7.2%) / ขายตัดขาดทุน ROJNA (-4.6%)
          - หุ้นเด่น ก.พ. (Smart Tactics) COM7, NYT, PDI, PLANB, ROJNA, SIRI, TPIPP

รวบรวมโดย
การเงินธนาคารทีวี

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top