รวมบทวิเคราะห์หุ้น


บทความ ล่าสุด

18 มกราคม 2562

หุ้นเด่น..เลือกเล่นลงทุน l 18 ม.ค. 62

Daily Focus - บล.เออีซี
Investment Strategy
          วันนี้ต่อเนื่องถึงสัปดาห์หน้า คาดว่า SET Index จะกลับมาสามารถยืนในแดนบวก โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อกลับจากนักลงทุนต่างชาติ เพราะดัชนีหุ้นไทย Laggard สุดในกลุ่ม TIP Market โดย Philippines เทรด Fwd PE ปีนี้ที่ 17.0x, Indonesia เทรด Fwd PE ปีนี้ที่ 14.6x และ ไทยเทรด Fwd PE ปีนี้ที่ 13.7x บวกกับ Sentiment เชิงบวกความชัดเจนในการกำหนดวันเลือกตั้ง ดังนั้นเรายังคงแนะนำ 3 กลุ่มหุ้นเด่น + 1 กลุ่มหุ้นขนาดเล็ก ดังนี้
          1. กลุ่มดิจิตอลทีวี: มองได้รับ Sentiment บวกหลัง กสทช. มีมติเห็นชอบในหลักการ เกี่ยวกับร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 MHz มาตรการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทน และหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 700 MHz นำมาประมูลและนำเงินรายได้ไปชดเชยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลบวกกับเม็ดเงินโฆษณาเดือน ต.ค.-ธ.ค. โต 29.8%YoY แนะนำ WORK (คาดเริ่มเห็นกำไรฟื้นตัว YoY ในปี 62 จากฐานที่ต่ำในปีก่อนจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และจุดเด่นด้านความรวดเร็วในการปรับรูปแบบรายการให้ตอบสนองต่อความนิยมของผู้บริโภคนอกจากนี้บริษัทยังฐานะการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ) และ RS (คาดกำไรกลับมาโตเด่นในช่วง 4Q61 หลังปัจจัยลบจากกรณี Magic Skin บรรเทาลงและมีการอัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงปลายปีขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มลดลงจากนโยบายคุมต้นทุนรายการของช่อง 8)
          2. กลุ่มนิคมและสาธารณูปโภค: อานิสงส์บวกทั้งราคาขายและยอดขายพื้นที่ในเขต EEC โตเด่นแนะนำ AMATA (ปัจจุบันมีพื้นที่รอการขาย 2,777 ไร่ และพื้นที่รอการพัฒนาอีกราว8,172 ไร่), WHA (ปี 62 ตั้งเป้าขายที่ดินในนิคมไม่ต่ำกว่า1,000 ไร่พร้อมคาดได้รับลูกค้าคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอีกกว่า1 แสนตรม.), EASTW ปี 62 คาดเห็นการฟื้นตัวของกำไรสอดคล้องไปกับการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมในเขต EEC ซึ่งทำให้ความต้องการใช้  น้ำดิบในบริเวณดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นนอกจากนี้ในระยะยาวบริษัทยังมุ่งเพิ่มสัดส่วนจำหน่ายน้ำควบคุมคุณภาพ (มาร์จิ้นสูง) มากขึ้นโดยเซ็นสัญญาให้บริการแก่GULF (รับรู้รายได้ปี 63) และ AMATA (รับรู้รายได้ปี 64) 
          3. กลุ่มโรงไฟฟ้า: ลักษณะธุรกิจที่มีความสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ และเราเลือกหุ้นโรงไฟฟ้าที่ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่องได้อีก 4-5 ปีข้างหน้า ได้แก่ BGRIM ปี 62 มีแผน COD โรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 682MW ทำให้มีกำลังผลิตรวม 2.77 GW ณสิ้นปี 62 และมีเป้าหมายระยะยาวในปี 65 ที่ 3.13GW, BPP ปี 62 มีแผน COD โรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 312MW ทำให้มีกำลังผลิตรวม 2.48GW ณ สิ้นปี 62 และมีเป้าหมายระยะยาวในปี 68 ที่ 4.3GW, GUNKUL ปี 62 มีแผน COD โรงไฟฟ้าโซลาร์อีก 105MW ทำให้มีกำลังผลิตรวม 401MW ณ สิ้นปี 62 และมีเป้าหมายระยะยาวในปี 65 ที่ 543MW.
          4. หุ้นขนาดเล็กที่คาดกำไรปี 62 โตเด่น บวกกับ Cheap Valuation ได้แก่ JMT (แนวโน้มกำไรโตต่อเนื่อง และบริษัทประกาศซื้อหนี้ไม่มีหลักประกันชุดใหม่มาบริหารมูลค่า 1 พัน ลบ. มีแผนเพิ่มสัดส่วนหนี้มีหลักประกัน หนุนยอดหนี้แตะ 1.4 แสน ลบ.และมีความสามารถในการจัดเก็บหนี้ที่อยู่ในเกณฑ์ดี), HARN (อานิสงส์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น หนุนธุรกิจสินค้านำเข้ามีมาร์จิ้นดีขึ้น บวกกับ เป้าการเติบโตปี 61 ที่ 10.7%YoY และ ปี 62 ที่ 8.2%YoY Backlog ณ สิ้น 3Q61 ที่ 414 ลบ.)
 
Daily Strategy At the Open - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง
Investment theme
          กำไรกลุ่ม BANK เพิ่มแรงกดดันต่อ SET : ภาพรวมการลงทุนในระยะสั้นคาดยังคงมีหลายประเด็นที่ต้องติดตามทั้งในและต่างประเทศ โดยสำหรับปัจจัยในประเทศ แนะนำให้ติดตาม 1) การรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย 4Q61 นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งรายงานออกมาแล้วบางส่วน พบว่า ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก (TISCO, BAY กำไรตามคาด / SCB กำไรต่ำกว่าตลาดคาดถึง -30% จากการตั้งสำรองที่เร่งตัวขึ้นจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงมีความเสี่ยง 2) ความชัดเจนของการเลือกตั้ง โดยตลาดคาดหวังว่า กกต. มีโอกาสที่จะประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมาภายในเดือน มค.นี้ และ 3) ร่างแผน พัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ที่อยู่ระหว่างรอเสนอ กพช. คาดมีขึ้นในวันที่ 24 ม.ค. 2562 อาจส่งผลต่อแรงเก็งเพิ่มเติมในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญได้ (IPP) และ 4) ความชัดเจนในการควบคุมราคายา เวชภัณฑ์ และค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการกลุ่มการแพทย์ในช่วงถัดไป ส่วนทางด้านปัจจัยต่างประเทศแนะจับตา 1) ความชัดเจนของประเด็น Trade war ผ่านการแถลงรายละเอียดการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนในเร็วๆนี้ 2) การเตรียมแผน Brexit รอบใหม่ของนางเทเรซ่า เมย์ (Plan B) เพื่อเสนอต่อรัฐสภาอังกฤษอีกครั้ง และ 3) Government  Shutdown ของสหรัฐฯ ซึ่งยังคงยืดเยื้อเกือบ 1 เดือนแล้ว ซึ่งถือว่ายาวนานเป็นประวัติการณ์ โดยหากยังเป็นเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อ GDP ของสหรัฐฯได้  
          Investment Theme: เราประเมินเป้าหมาย SET สิ้นปีที่ 1,743 จุด อย่างไรก็ตามใน 1Q19 มองว่าจะเป็นช่วงที่มีความผันผวนสูงไม่ต่างจากไตรมาสที่ผ่านมา มองกรอบการแกว่งตัวบริเวณ 1,540-1,645 จุด คงคำแนะนำถือหุ้น BEM, EGCO, VGI, CPALL, BJC และทยอยสะสม  AOT 

รวบรวมโดย การเงินธนาคารทีวี

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top