รวมบทวิเคราะห์หุ้น


บทความ ล่าสุด

25 กันยายน 2561

หุ้นเด่น..เลือกเล่นลงทุน l 25 ก.ย. 61

Trends & Turns - บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ASSET DYNAMICS          
          ปัจจัยแวดล้อม: 1) หุ้นโลกแกว่งบวกลบแคบๆ; 2) UST10Y>3% จับตาประชุม FOMC (25-26 ก.ย. 61); 3) THB/US$ แข็งกลับมา 32.3-32.4; 4) WTI เดินหน้าต่อทะลุ $72 หลัง OPEC+NOPEC มีมติคงการผลิตเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 
          ความเห็นของเรา: SETI/SET50I ปิดต่ำกว่า 1,752/1,156 จุดเล็กน้อย แต่แรงขายแผ่ว จึงมองแค่พักฐาน ให้คงน้ำหนักหุ้นที่ 100% ไว้ตามเดิม แต่ระบบแนะนำให้ยกระดับจำกัดผลขาดทุน (trailing stop) ขึ้นต่อเป็น 1,740/1,146 จุด
          ส่วนชนะตลาด: ให้น้ำหนัก ALPHA=55% ระบบแนะนำ “ซื้อ” EGCO,PSH,QH,SIRI,SPRC,TASCO,TISCO,TOP, TTW,TVO และ “ขาย” BDMS,CPALL,CPF,GPSC,KCE,ORI—ดู Quantamental Strategy Matrix, หน้า 2  
          ส่วนเกาะตลาด: ยังให้คงน้ำหนัก BETA=45% ตามเดิม พร้อมทั้งยกระดับหยุดขาดทุนขึ้นมาที่ 1,740/1,146 จุด
SECTOR THEMATICS 
          อสังหาริมทรัพย์ | OVERWEIGHT | เลือกซื้อตามประเด็นบวกเฉพาะตัว หุ้นเด่น CPN,QH,SPALI,PLAT
          ก่อสร้าง | OVERWEIGHT | โครงการภาครัฐเริ่มเดินหน้า+เริ่มขาย TFFIF หุ้นเด่น CK,PYLON,STEC,UNIQ
          ธนาคาร | NEUTRAL | 2Q61 เศรษฐกิจแกร่ง+กำไรเกินคาด+เลื่อน IFRS9 หุ้นเด่น BBL,KBANK,KKP,KTB,SCB
          พลังงาน | NEUTRAL | เน้นลงทุนในหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเติบโตสูง หุ้นเด่น BCPG,BGRIM,EA,TPIPP
          ปิโตรเคมี | UNDERWEIGHT | ส่วนต่างสายโอเลฟินส์มีแนวโน้มหดตัว QoQ หุ้นเด่น IVL,VNT
 
STOCK LOGICS
BH | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ | ทยอยซื้อสะสม | แนวต้าน=195.- แนวรับ=180.- ตัดขาดทุน=173.-
          1H61 รายได้ 9 พันลบ. +1.8%YoY กำไร 2 พันลบ. +4%YoY เนื่องจากมีการลดลงของผู้ใช้บริการ
          มีแรงขายออกมาหลังประกาศงบ มองเป็นโอกาสสะสมหุ้น เพราะเป็นโรงพยาบาลที่มี ROE สูงสุด
          มูลค่ายุติธรรม=203บ. (GGM: FV/BV=7x 62F BV=29บ. อิง ROE=22%, COE=10%, LTG=8%)
CPALL | ซีพี ออลล์ | ซื้อ | แนวต้าน=75.- แนวรับ=68.- ตัดขาดทุน=64.5
          1H61 แจ้งกำไร 10พันลบ. +8%YoY ถือว่าทำได้ต่ำกว่าคาด สืบเนื่องจากกำไรของ MAKRO -4%YoY
          ความผิดหวังนี้ส่งผลให้ราคาลดลงกว่า -25% แล้ว มองว่าความเสี่ยงจำกัดเทียบกับ ROE ที่สูงถึง 30%
          มูลค่ายุติธรรม=99บ. (GGM: FV/BV=9x 62F BV=11บ. อิง ROE=28%, COE=12%, LTG=10%)
MINT | ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | แนวต้าน=44.5 แนวรับ=39.75 ตัดขาดทุน=37.25
          1H61 รายได้ 31.2พันลบ. +8.6%YoY กำไร 2.9พันลบ. +9.9%YoY ผบห. คาดปีนี้รายได้ +12-15%YoY
          บริษัทตั้งเป้ากำไร 5 ปีข้างหน้าเติบโต +15-20% ต่อปี คาดเริ่มเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากที่ลงทุนต่อเนื่อง
          มูลค่ายุติธรรม=49.2บ. (GGM: FV/BV=4x 62F BV=12.3บ. อิง ROE=12.5%, COE=8%, LTG=6.5%)
SCC | ปูนซีเมนต์ไทย | ทยอยซื้อสะสม | แนวต้าน=510.- แนวรับ=458.- ตัดขาดทุน=434.-
          1H61 แจ้งยอดขาย 238.7พันลบ. +6%YoY กำไร 24.8พันลบ. -19%YoY เนื่องจากมีกำไรพิเศษใน 1Q60
          เริ่มรุกด้วยการขยายช่องทางจัดจำหน่ายและขนส่ง โดยตั้ง JV กับบุญถาวรและซื้อหุ้น 30% ใน GLOBAL
          มูลค่ายุติธรรม=542บ. (DDM: DPS/FV=3.5% 62F DPS=19บ. อิง ROE=16%, COE=10%, LTG=6.5%)
STEC | ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริงฯ | ทยอยซื้อสะสม | แนวต้าน=26.- แนวรับ=23.1 ตัดขาดทุน=21.7
          1H61 รายได้ 11,120ลบ. +16%YoY กำไร 597ลบ. +21%YoY ถือว่าทำผลงานดีกว่าที่ นวค. คาดการณ์
          FY61F ผลดำเนินงานพลิกกลับเป็นกำไร มีงานก่อสร้างในมือกว่า 1.2 แสนลบ. ซึ่งจะรับรู้รายได้อีก 3-4 ปี
          มูลค่ายุติธรรม=27บ. (GGM: FV/BV=3.7x 62F BV=7.4บ. อิง ROE=14%, COE=10%, LTG=8.5%)
 
Daily Strategy - บล.คันทรี่ กรุ๊ป
เชิงกลยุทธ์การลงทุนหากดัชนียังอยู่สูงกว่าบริเวณ 1730 มองว่าโมเมนตัมยังเป็นบวกสำหรับการลงทุนระยะสั้น แนะนำกลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL COM7 ROBINS SYNEX) รวมถึงหุ้นเกี่ยวข้องกับการลงทุน (AMATA BBL CK KBANK STEC WHA) และกลุ่มสื่อ (PLANB) เชื่อว่าการเลือกตั้งที่ชัดเจนจะหนุนการบริโภครวมถึงการลงทุนให้ฟื้นตัวได้ โดยยังคงใช้เงินลงทุนเพียง 50% จนกว่าจะเห็นพัฒนาการที่ดีของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนโดยรวม 
Stock Pick By CGS
          SYNEX (ซื้อ/มูลค่าเหมาะสม 15 บาท) เราคงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการช่วงครึ่งหลังของปีสนับสนุนจาก การเปิดตัว Smart Phone ของค่ายดังอาทิ Huawei Mate 20 (บริษัทเป็นผู้ค้าส่งรายเดียวในไทย) และ iPhone รุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน รวมถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสินค้าคอมพิวเตอร์ desktop ประเภท gaming ที่สร้างมาร์จิ้นได้สูง นอกจากนี้ยังมียอดขายสินค้าประเภท Consumer ที่คาดจะโตดีอีกครั้งในครึ่งปีหลัง หลังจากในช่วง 1H18 โตเพียง 2% (ผลจากฐาน 1H17 สูง)
          ROBINS (ซื้อ/มูลค่าเหมาะสม 78 บาท) เราคาดกำไรสุทธิต่อหุ้นจะเติบโต 12.5% ต่อปีในช่วง 19E-20E สนับสนุนจากคาดการณ์รายได้จะเติบโต 7% ต่อปี ตามการขยายสาขาและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นสู่ 25.4-25.6% ในช่วง 19E-20E จาก 18E ที่อยู่ในระดับ 25.2% สะท้อนการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าแบรนด์ตนเองที่มีอัตรากำไรสูง นอกจากนี้เรายังมีความเชื่อมั่นต่อแผนการขยายสาขา 2-3 แห่งต่อปี สู่เป้า 59 สาขาภายปี 2022 จาก 47 สาขาในปัจจุบัน ด้วยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและปลอดหนี้
 
Smart Pick - บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)
กลยุทธ์วันนี้          สะสมหุ้น Domestic Play// เก็งกำไรหุ้น Global
Smart Pick
เก็งกำไร PTT  ราคาปิด 54.00 บาท  ราคาเหมาะสม 59.50 บาท
          เรามองว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะช่วยหนุนตลาด หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX เมื่อคืนนี้ +1.8% dod ปิดที่ US$72.08/barrel ทำระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน พ.ย.2557 หลังผลการประชุม OPEC กับนอกกลุ่มโอเปกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งสัญญาณไม่เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน
          นอกจากนี้ PTT มีปัจจัยบวกรออยู่ในสัปดาห์นี้เงินปันผลงวด 1H61 คาดหุ้นละ 0.90 บาท คิดเป็น Yield +1.7%
สะสม KKP  ราคาปิด 74.75 บาท  ราคาเหมาะสม 80.00 บาท
          KKP รายงานสินเชื่อเดือนส.ค. +1.6% MoM ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ +0.2% MoM และ YTD สินเชื่อเติบโต +13.1% ขยายตัวสูงสุดในกลุ่มธนาคาร vs ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม +2.6%
          และ KKP มีปัจจัยบวกรออยู่ใน 4Q61 จากรายได้ค่าธรรมเนียม 2 ดีลใหญ่ ได้แก่ (1) Thailand Future Fund (2) หุ้น IPO ของ OSP ซึ่งเป็น Upside ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ นอกจากนั้นเงินปันผลงวด 2H61 คาดหุ้นละ 4.00 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง  5.3%
สะสม BJC  ราคาปิด 59.00 บาท  ราคาเหมาะสม 72.00 บาท
          ราคาหุ้นวานนี้ปรับตัวลง -2.5% จากแรงขายทำกำไร และถูกกดดันจากบรรยากาศการลงทุน (1) สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ และ (2) รอการประชุมเฟดในวันที่ 26 ก.ย.
          ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงเป็นโอกาสของการสะสม ต่อประเด็นผลการดำเนินงาน 3Q61 คาดโต QoQ นอกจากนี้ธปท.ปรับการบริโภคภาคเอกชนปีนี้ขึ้นเป็น 4.2% จาก 3.7% เป็นสัญญาณบวกต่อกลุ่มค้าปลีก โดยเราคาดกำไรปกติปีนี้ของ BJC เติบโต +30% YoY เป็น 6,796 ล้านบาท vs CPALL ที่กำไรเติบโตเพียง +4% YoY
เก็งกำไร IRPC    ราคาปิด 7.00 บาท  แนวต้านทางเทคนิค 7.30 บาท
          ภาพทางเทคนิคจะเป็นบวกหากปรับตัวผ่าน 7.10 บาทได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบ 7.30 บาทเป็นแนวต้านถัดไป แนวรับ 6.90 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 6.75 บาท
          นอกจากนั้น หุ้นกลุ่มโรงกลั่นมี Sentiment บวก หลังค่าการกลั่นกลับมายืนเหนือ US$6.00/barrel อีกครั้ง (+2.2% dod) และคาดจะมี Stock gain ใน 3Q61 หลังราคาน้ำมันดิบดูไบล่าสุดปิดที่ US$79.14/barrel เพิ่มขึ้น 3.1% QTD
 
กลยุทธ์ในช่วงนี้ เราแนะนำให้นักลงทุน “กลับมาสะสมหุ้นกลุ่ม Domestic Play” ที่คาดว่าผลการดำเนินงานใน 3Q61 จะเติบโตเด่น หรือเข้าสู่ฤดูกาลไฮซีซั่น เช่นกลุ่มธนาคาร / กลุ่มค้าปลีก / กลุ่มอสังหาฯ / กลุ่มโรงพยาบาล เช่น SCB / BBL/ KKP/ BJC/ LPN / PSH / BDMS / BCH เป็นต้น ส่วนกลุ่ม Global Play ที่ได้อานิสงค์เชิงบวกทั้งราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นนั้น เรามองว่าเป็นโอกาสของการ “เก็งกำไรรอบสั้น” เท่านั้น

รวบรวมโดย การเงินธนาคารทีวี

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top