รวมบทวิเคราะห์หุ้น


บทความ ล่าสุด

18 ตุลาคม 2561

หุ้นเด่น..เลือกเล่นลงทุน l 18 ต.ค. 61

Fundamental Talk - บล.เอเอสแอล
ไอเดียการลงทุน
ASL Investment Idea : 6 ไอเดียการลงทุน เน้น Selective เป้า SET ปี 61 ที่ 1,732-1786 จุด
1. High Dividend - TVO*(Div.Yld. 7.3%) LH*(Div.Yld. 6.9%) QH*(Div.Yld. 6.7%)  DIF*(Div.Yld. 6.7%) SIRI*(Div.Yld. 6.3%) PSH*(Div.Yld. 6.3%) และ INTUCH*(Div.Yld. 5.7%)
2. Laggard Play - เก็งกำไรระยะสั้นหุ้นที่มีโอกาสเกิด Sector Rotation หลังทิศทางกลุ่ม Leader ดัชนีราคาหุ้นเริ่มเต็มมูลค่า เลือก BAFS(TP 50 บาท) AOT(TP 68 บาท)  IRPC(TP 8.7 บาท)  CPALL* TU* และ SCC*ที่ยังมี Upside เหลืออีกมาก
3. Domestic Play - ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจไทย CPALL* (TP 86.57 บาท) / BJC* (TP 68 บาท) / GLOBAL* (TP 20.15 บาท) / HMPRO* (TP 15.71 บาท) และ DCC* (TP 2.62 บาท)
4. Refinery -ค่าการกลั่นฟื้นตัว และราคาหุ้นที่มี Upside สูง IRPC (TP 8.7 บาท) / SPRC (TP 17 บาท) / TOP (TP 108 บาท) และ BCP (TP 42 บาท)
5. EEC - โครงการคืบหน้า เร่งเดินหน้าเปิดประมูลโครงการต่างๆ และพร้อมจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 62 ตามแผน ATP30* (TP 2.31 บาท) / AMATA* (TP 25.52 บาท) // WHA*(TP 4.65 บาท) และ JWD*(TP 9.98 บาท)  
6. Election Rally - รับปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้ง PLANB(TP 8.5 บาท) BEM(TP 9.8 บาท) SCC*(TP 537 บาท) STEC*(TP 25.83 บาท) UNIQ*(TP 16.62 บาท) WHA*(TP 4.65 บาท) AMATA*(TP 25.52 บาท) CPALL*(TP 86.06 บาท) BJC*(TP 67.64 บาท) HMPRO*(TP 15.63 บาท)
 
Daily Strategy - บล.เอเชีย เวลท์
Stock           Comment
MEGA      Pick of the day
WHA       (ปิด 4.28 บาท; ซื้อ; AWS TP 4.70 บาท) จ่อปิดดีล "อาลีบาบา" เช่าคลังสินค้าล็อตใหญ่กว่า 130,000 ตารางเมตร คาดเซ็นสัญญาในเร็ว ๆ นี้ พร้อมเร่งเจรจาขายที่ดินอีก 300 ไร่ภายใน ต.ค.นี้ หนุนยอดขายที่ดินปีนี้เข้าเป้า 1,400 ไร่ ในขณะที่ไตรมาส 4/61 คาดมีกำไรจากการนำสินทรัพย์ขายเข้ากอง REIT
TOP       (ปิด 85.75 บาท; ซื้อ; AWS TP 101 บาท) ได้ประโยชน์มากสุดจากการที่ PX Spread ในไตรมาส 3/61 เพิ่มขึ้น 61%QoQ แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง แต่คาดว่าน่าจะส่งผลให้ค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลปรับตัวดีขึ้นได้เมื่อต้นทุนน้ำมันดิบปรับตัวลง
หุ้นเด่นวันนี้ : MEGA (ราคาปิด 37.50 บาท; ซื้อ; AWS TP 46.00 บาท)
          - เราชื่นชอบ MEGA จาก Pipeline ผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่แข็งแกร่งมาก ด้วยจำนวน 68 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างการจดทะเบียน และ 61 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ทำให้เราคาดว่าจะเห็นการออกผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องนับจากนี้ นอกจากนี้ บริษัทวางแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวนทั้งหมด 6-7 ผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเราคาดกำไรรายไตรมาสในปี 2561 ของ MEGA จะแตะระดับสูงสุดในไตรมาส 4/61 นี้ หนุนโดยช่วงไฮซีซั่นของการจับจ่ายใช้สอย การออกสินค้าใหม่ และการบริโภคในครัวเรือนของประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น เราประมาณการ EPS ปกติจะเติบโต 8.1% ในปี 2561 และ 16.5% ในปี 2562
          - Price Pattern ของ MEGA ยังคงมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) จากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Sell Signal โดย Price Pattern ของ MEGA เริ่มกลับมาเกิดความแข็งแกร่งระยะสั้นจากการเกิด Daily Buy Signal และหาก Price Pattern ของ MEGA สามารถปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 37.25 บาท ก็จะกลับมาเกิดความแข็งแกร่งระยะกลางเพิ่มขึ้นจากการกลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ MEGA มีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 39.25 บาท ซึ่งหาก Price Pattern ของ MEGA มีความแข็งแกร่งมากพอ โดยสามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 39.25 บาทได้สำเร็จ ก็จะมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 40.75 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 42.25 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ MEGA มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 36.50 บาท (Resistance: 38.00, 38.50, 39.00; Support: 37.25, 36.75, 36.25)
 
Morning Call Action Notes - บล.โกลเบล็ก
กลยุทธ์การลงทุน 
          - KBANK KKP KTB TMB สินเชื่อเติบโต QTD
          - หุ้น Theme EEC play : AMATA, WHA, EASTW, ATP30, ORI
          - หุ้นที่คาดว่า 2H61 จะเติบโตต่อเนื่อง ANAN ORI SC KCE CPF SVI
          - หุ้น MAI ที่ผลประกอบการ 2H61 เติบโตต่อเนื่อง XO CHAYO TACC SSP JKN AUCT
          - AMATA, BBL, CPALL, STEC, PTT หุ้นแนะนำจากผลสำรวจของ IAA
 
หุ้นแนะนำพิเศษ
AUCT (ราคาปิด 6.95 ซื้อ ราคาเหมาะสม 8.25)
          กำไร 1H61 อยู่ที่ 70 ลบ. เติบโต 56%YoY จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถปิดการประมูลจากยอดสินเชื่อเช่าซื้อคงค้างใน 1-2 ปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูง ทำให้ใน 1H61 จำนวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ทำการประมูลผ่านบริษัทอยู่ที่ 26,808 คัน +44.2%YoY และ 18,592 คัน +15.8%YoY ตามลำดับ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 49.7% และ 22.4% ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นจาก 1H60 ที่ 43.4% และ 16% ตามลำดับ เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
          คาดกำไรปี 61 ราว 139 ลบ. +31%YoY โดยคาดว่ายอดขาย 2H61 จะเร่งตัวขึ้นจากการนำรถมาประมูลภายในสิ้นปีเนื่องจากจะได้ราคาสูงกว่าการประมูลในปีหน้า เพราะการนับอายุรถยนต์เป็นการนับตามปีปฏิทิน โดยเราปี 61 จะมียอดรถประมูลราว 5.5 หมื่นคัน(ปี 60 อยู่ที่ 4.9 หมื่นคัน)
          มีโอกาสเติบโตจากกลยุทธ์ใหม่ “เพื่อนประมูล” โดยบริษัทจะจัดหารถยนต์ที่เข้าประมูลจากเจ้าของรถทั่วไปเพิ่มเติม (รถยนต์ที่ทำการประมูลมาจากสถาบันการเงินราว 90%) ซึ่งมีกลยุทธ์ในการจูงใจผู้ส่งรถเข้าประมูล โดยการให้เงินทันทีที่นำรถยนต์เข้ามาประมูลราว 60% ของมูลค่าประเมิน ช่วยหนุนให้บริษัทจะได้รับรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากทั้ง 2 ฝั่ง คือ ค่าธรรมเนียมจากฝั่งผู้มาประมูลรถ 8,500 บาท และจากผู้นำรถเข้ามาประมูลอีก 8,500 บาท โดยการประมูลแบบเดิมจะได้ค่าธรรมเนียมจากผู้ประมูลรถเท่านั้น
          แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมสำหรับปี 62 ที่ 8.25 บาท : เราประเมินมูลค่าด้วยวิธี PE Ratio ราคาเหมาะสมที่ปี 62 โดยอิง PER อย่างอนุรักษ์นิยม (Conservative) ที่ 30 เท่า (ค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง) ได้ราคาเหมาะสมที่ 8.25 บาท มี Upside ราว 23%


รวบรวมโดย  การเงินธนาคารทีวี 

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top