รวมบทวิเคราะห์หุ้น


บทความ ล่าสุด

22 กันยายน 2560

ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.ฟินันเซีย ไซรัส

กลยุทธ์วันนี้ >> เก็งกำไรหุ้น laggard
          ตลาดหุ้นวานนี้ : SET พักฐานต่อนำโดยกลุ่มธนาคาร ความสนใจของตลาดหันไปอยู่ที่หุ้นตัวกลาง-เล็ก นักลงทุนต่างชาติซื้อทั้ง 3 ตลาด โดยซื้อหุ้น 346 ล้านบาท ซื้อฟิวเจอร์ส 9,553 สัญญา และซื้อตราสารหนี้ 2,662 ล้านบาท
          แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาดว่า SET จะแกว่งตัวออกด้านข้างต่อ ถือเป็นระยะพักฐาน หุ้นขนาดใหญ่พักแต่อาจมีแรงเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก รวมถึงหุ้นที่ laggard ส่วนระยะกลาง-ยาว เรายังมองแนวโน้มตลาดเป็นขาขึ้น สัปดาห์หน้ามีประเด็น Window dressing
          กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่ laggard เช่น SCB, MINT, SCC, MTLS, AP
          หุ้นเด่นเดือน ก.ย. : BCH, CPALL, IRPC, SCC, TMB
          Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาค US$52ล้าน ไหลออกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 แต่เม็ดเงินลดลงมาก โดยเป็นการไหลออกจากไต้หวันประเทศเดียวต่อเนื่องอีก US$171ล้าน แต่กลับมาซื้อเกาหลีใต้ถึง US$110ล้าน ขณะที่ไทยมีเงินทุนไหลเข้า US$4ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนยังค่อนข้างเบาบาง ยังอยู่ในช่วงซึมซับข่าวการขึ้นดอกเบี้ยเฟด 1 ครั้งในปีนี้  
 
ชวนเม้าท์หุ้นเด่น >> FTE <<
          - ตลอด 1 เดือนที่ราคาหุ้นนิ่ง FTE ได้งานโครงการอีก ~70 ลบ. หนุน Backlog เพิ่มเป็น 350 ลบ. (ยังไม่หักที่รับรู้ใน 3Q17)
          - เมื่อผนวกกับยอดขายอุปกรณ์ดับเพลิง ก.ค.-ส.ค. 17 ที่โต Y-Y ครั้งแรกในรอบปี ทำให้เรามั่นใจว่ากำไร 3Q17 จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 32 ลบ. +17% Q-Q และเป็นไปได้ที่ทั้งปีจะดีกว่าคาดที่ 114 ลบ. +31% Y-Y ส่วนปีหน้าคาด +14% Y-Y จากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาฯ และการเร่งลงทุนของ กฟผ.
          - เป็นเบอร์ 1 ของอุตสาหกรรม เป็น 1 เดียวใน SET ที่ขายอุปกรณ์ดับเพลิง 100% ซึ่งกำลังเป็นขาขึ้นจากงานที่มากและเงินบาทที่แข็ง และการไม่มีหนี้ทำให้คาดปันผลสูง 4-5% ต่อปี แต่ PE2017-18 ต่ำเพียง 15-17 เท่า ค่าเฉลี่ยกลุ่มอยู่ที่ 25 เท่า แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.30 บาท
 
ประเด็นสำคัญวันนี้
          (0) ติดตามการประชุมผู้ผลิตน้ำมันวันนี้ – ผู้ผลิตโอเปก และ นอกกลุ่มโอเปกจะมีการประชุมกันที่กรุงเวียนนา ออสเตรียเพื่อหารือถึงตัวเลข compliance การลดการผลิต และ น่าจะมีการพูดถึงโอกาสในการขยายการจำกัดการผลิตออกไปภายหลังมี.ค.2018 
          (+) มูลค่าส่งออกไทยเดือน ส.ค. สูงสุดในรอบ 6 ปีที่ US$21,224 ล้าน +13.2% Y-Y โดยเพิ่มขึ้นในทุกตลาดหลักโดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น สหรัฐ และ CLMV สินค้าส่งออกที่เติบโตสูงยังคงเป็นสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร (+24.7% Y-Y) ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม (+12.2% Y-Y) เร่งตัวจากเดือนขึ้น นอกจากนี้ ข่าวดีคือการนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบเพิ่มต่อเนื่อง สะท้อนการลงทุนที่มีทิศทางที่ดีขึ้น
          (0) GUNKUL แนวโน้มกำไรปกติ 2H17 ดีขึ้น จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าลม “WED” เพิ่มขึ้น แต่จากกำไร 2Q17 ที่อ่อนแอกว่าคาด และแนวโน้มการ COD โรงไฟฟ้า GNP ที่ล่าช้าไป 1Q18 ทำให้เราปรับกำไรปกติปีนี้ลง 30% เป็นโต 15.7% Y-Y และปีหน้าลง 16% แต่ยังโตสูง 87.2% Y-Y จากการทยอย COD 4 โรงไฟฟ้าในไทยและญี่ปุ่น เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5 บาท แนะนำซื้อลงทุนระยะยาว 
          (0) DTAC คาดกำไร 3Q17 ลดลง 14.4% Q-Q และ 3%   Y-Y แม้รายได้เริ่มทรงตัว แต่ยังถูกกดดันจากต้นทุนโครงข่ายและค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่วนการได้คลื่นใหม่แม้ช่วยปลดล็อคความเสี่ยงในระยะยาว แต่ต้นทุนจะเร่งตัวใน 1-2 ปีแรก เราคาดกำไรปกติปี 2017-2018 ลดลง 27.2% Y-Y และ 23.6% Y-Y ตามลำดับ ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 50 บาท ราคาหุ้นเต็มมูลค่า ยังคงคำแนะนำขาย 
          (0) K คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1H17 ที่ -60 ลบ. แต่เนื่องจากงานที่รับรู้ส่วนใหญ่ใน 3Q17 มีอัตรากำไรต่ำ และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรยังมีอยู่ จึงคาดว่าจะขาดทุนอีกเล็กน้อย 5-10 ลบ. ก่อนจะกลับมามีกำไรใน 4Q17 จากการรับรู้งานตกแต่งบูธมอเตอร์เอ็กซ์โป ส่วนปีหน้าคาดพลิกเป็นกำไร 51 ลบ. จากการรับรู้งานอัตรากำไรสูงและไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษมารบกวน ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2018 ที่ 5.80 บาท แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว
 
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
          (-) ตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนปิดลบหลังจากปรับตัวขึ้นมา 9 วัน เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และ เกาหลีเหนือเพิ่มขึ้น หลังทรัมป์พยายามกดดันเกาหลีเหนือผ่านการควำบาตรอีกครั้ง
          (+) ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกนำโดยแรงซื้อกลุ่มธนาคาร เนื่องจากผลการประชุม FOMC ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้
          (-) ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดลบเนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลหลังเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งปีนี้ โดย Fedwatch ล่าสุดระบุว่าโอกาส 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนธ.ค.นี้
          (0) ค่าเงินบาทเช้านี้ปรับตัว sideway โดยล่าสุดเคลื่อนไหวแถว 33.08-33.10 บาท/ดอลลาร์
          (-) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน พ.ย. ปิดลบ 0.14 ดอลลาร์/บาร์เรล มาอยู่ที่ 50.55 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนการประชุมผู้ผลิตน้ำมันวันนี้ซึ่งจะหารือถึงตัวเลข compliance การจำกัดการผลิต และ โอกาสในการขยายการจำกัดการผลิตออก
          ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดลบ 21.60 ดอลลาร์/ออนซ์ มาอยู่ที่ 1,294.80 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังที่ประชุมเฟดส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้
 
          Contact person : Jitra  Amornthum  
          Register : 014530
          Tel: 02-646-9966
          www.fnsyrus.com
          FB: Finansia Syrus Research
 
          โดย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 22 ก.ย. 2560
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
          รายงานฉบับนี้จัดทำโดยบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ถูกจัดทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือ และ/หรือมีความถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลและความเห็นที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บริษัทไม่มีความประสงค์ที่จะชักจูงหรือชี้ชวนให้ผู้ลงทุน ลงทุนซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตามที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ รวมทั้งบริษัทไม่ได้รับประกันผลตอบแทนหรือราคาของหลักทรัพย์ตามข้อมูลที่ปรากฏแต่อย่างใด บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลหรือความเห็นในรายงานฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการตัดสินใจลงทุน
          บริษัทขอสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลและความเห็นที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดนำข้อมูลและความเห็นในรายงานฉบับนี้ไปใช้ประโยชน์ คัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ นำออกแสดงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้า การลงทุนในหลักทรัพย์มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน
 

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top