รวมบทวิเคราะห์หุ้น


บทความ ล่าสุด

21 มิถุนายน 2561

หุ้นเด่น..เลือกเล่นลงทุน

Thailand Trading Picks(AM) - บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี
Most Active Value:                                          แนวรับ           แนวต้าน
 
PTT   แนวรับสำคัญ 48.00 แนวต้าน 50.00                     48.50 / 48.00** 49.50 / 50.00
GLOW  เคลื่อนไหวในกรอบ 93.00-95.00                       93.50 / 93.00   94.50 / 95.00
PTTGC สัญญาณฟื้นตัว แนวรับ 83.00 แนวต้าน 85.00 และ 86.00     83.00 / 82.00   85.00 / 86.00
AOT   แนวรับ 65.00 แนวต้าน 66.00 และ 67.00               65.25 / 65.00   66.00 / 67.00
SCC   สัญญาณฟื้นตัว แนวต้านสำคัญ 428-430 แนวรับ 410             414 / 410       420 / 428
PTTEP สัญญาณฟื้นตัว แนวต้าน 132 และ 135 แนวรับสำคัญ 125         128 / 125**     132 / 135
CPALL แนวโน้มลงทดสอบ 75.00 แนวต้าน 77.50                 76.00 / 75.00   77.00 / 77.50
KBANK ซื้อที่แนวรับ 192 และ 190 แนวต้าน 200                    195 / 194       198 / 200
SCB   แนวโน้มลงทดสอบ 130 และ 125 แนวต้าน 134-135           130 / 128       132 / 134
BDMS  สัญญาณฟื้นตัว แนวรับ 25.00 แนวต้าน 26.50-27.00         25.50 / 25.00   26.50 / 27.00
 
MBK (MBK TB; THB 23.10) – ซื้อ
          แนวต้าน : 24.00 และ 24.30
          แนวรับ  : 23.10 และ 23.00
          ราคาหุ้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังจากปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้น แต่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ทำให้แนวโน้มหลักยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
          MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ปรับตัวลดลงเข้าใกล้ระดับ 40
          แนะนำซื้อ MBK โดยมีแนวรับที่ 23.10 และ 23.00 เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 24.00 และ 24.30 เป็นจุดขายทำกำไร
          STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 22.70 ลงไป
 
Precious Shipping (PSL TB; THB 11.40) – ซื้อ
          แนวต้าน : 11.90 และ 12.30
          แนวรับ  : 11.40 และ 11.20
          ราคาหุ้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังจากปรับตัวลดลงเกิดสัญญาณขายหลุดแนวรับสำคัญของเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ปริมาณการซื้อขายเบาบาง ระยะสั้นมีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิคกลับขึ้นไปเหนือแนวรับสำคัญ
          MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 40
          แนะนำซื้อ PSL โดยมีแนวรับที่ 11.40 และ 11.20 เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 11.90 และ 12.30 เป็นจุดขายทำกำไร
          STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 11.00 ลงไป
 
Trading Pick Follow up:                                            แนวรับ           แนวต้าน
 
CPN    แนวโน้มขึ้นทดสอบ 73.00 และ 74.00 แนวรับสำคัญ 69.00           70.00 / 69.00**   72.00 / 73.00
RCI    แนวโน้มขึ้นทดสอบ 2.90 และ 3.00 แนวรับสำคัญ 2.58               2.70 / 2.64       2.90 / 3.00
DELTA  แนวโน้มขึ้นทดสอบ 63.00 และ 65.00 แนวรับสำคัญ 59.50           60.50 / 59.50**   62.00 / 63.00
JWD    แนวโน้มขึ้นทดสอบ 7.00 และ 7.25 แนวรับสำคัญ 6.35               6.70 / 6.50       7.00 / 7.25
ROBINS แนวโน้มขึ้นทดสอบ 62.50 และ 64.00 แนวรับสำคัญ 59.50         59.50** / 58.00     62.00 / 62.50
LPN    แนวโน้มขึ้นทดสอบ 11.00 และ 11.40 แนวรับสำคัญ 10.00           10.20 / 10.00**   10.80 / 11.00
TU     STOP LOSS ขายที่แนวต้าน 17.00                              16.50 / 16.20     17.00 / 17.20
SKE    STOP LOSS ขายที่แนวต้าน 1.36-1.38                           1.30 / 1.28       1.36 / 1.38
 
Market Talks - บล.เอเซีย พลัส
ลดน้ำหนักหุ้น Global แต่เพิ่มหุ้น Domestic ที่มีเกราะป้องกันดอกเบี้ยขาขึ้น โดยเป็นหุ้นที่ฝ่ายวิจัย ASPS แนะนำ ซื้อ มี upside มากกว่า 15% คือ
          หุ้นที่ได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจาก โครงสร้างสินเชื่อกว่า 70% เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เป็นบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยรับ ขณะที่สัดส่วนเงินฝากกว่า 50% เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ ส่งผลดีต่อการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ย แนะนำ BBL(FV@B220), KBANK (FV@B227) และ TCAP (FV@B65) รวมทั้ง กลุ่มประกันฯ จากภาระสำรองเบี้ยฯ ที่ลดลง ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุน (ดอกเบี้ยและเงินปันผล) ในพันธบัตร ตราสารหนี้และหน่วยลงทุนจะเพิ่มขึ้น แนะนำ BLA (FV@B40.60)
          หุ้นที่มีเกราะป้องกันดอกเบี้ยขาขึ้น กล่าวคือ ภาระหนี้สินดอกเบี้ยที่มีกับสถาบันการเงินส่วนใหญ่เป็นอัตราคงที่ (Fixed Rate) รวมทั้งมี Gearing Ratio ต่ำ เช่น GFPT (FV@B14), SCC (FV@B60), SPALI (FV@B28.30), CPN (FV@B95), BEAUTY (FV@B21),  RATCH (FV@B61)
          หุ้นที่มีสถานะเงินสด (Net Cash) หรือปลอดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Debt Free) เช่น STEC (FV@B25), SYNTEC (FV@B6.6), PYLON (FV@B8.67), PLANB (FV@B7.30), BH (FV@B221), SVI(FV@B4.89), STANLY (FV@B299), IRC (FV@B25.2), TPIPP (FV@B7.5)
 
Daily Strategy - บล.เอเชีย เวลท์
Stock    Comment
BBL      Pick of the day
KBANK   (ปิด 198.50 บาท; ซื้อ; AWS TP 237.00 บาท) คาดว่าราคาหุ้นตอบสนองผลประกอบการไตรมาส 2/61 ที่รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงไประดับหนึ่งแล้ว แต่การที่เศรษฐกิจไทยมีทิศทางโดยรวมดีขึ้น คาดว่าเป็นตัวเร่งให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศมีโอกาสปรับเป็นขาขึ้นซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจธนาคารขนาดใหญ่
IVL     (ปิด 56.00 บาท; ซื้อ; AWS TP 68.00 บาท) IVL เข้าซื้อ 'EIPET' รับรู้กำไรปีละ 400 ล้านบาท IVL เข้าร่วมทุนกับ Dhunseri Petrochem Limited ("Dhunseri") ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าซื้อหุ้นไม่เกิน 50% ในกิจการโรงงานผลิต PET ของบริษัท Egyptian Indian Polyester Company S.A.E. ("EIPET") ในประเทศอียิปต์ ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 540,000 ตันต่อปี เป็นหนึ่งในผู้ผลิต PET ที่ใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ขณะที่วอร์แรนท์ IVL-W2 มีกำหนดแปลงสภาพครั้งสุดท้าย 24 ส.ค.นี้ ก่อนหมดอายุ โดยจะขึ้นเครื่องหมาย SP สำหรับ IVL-W2 ตั้งแต่ 1 ส.ค. คาดบริษัทจะได้รับเงินสดจากการแปลงสภาพวอร์แรนท์เกือบ 3 พันล้านบาท
 
หุ้นเด่นวันนี้ BBL (ราคาปิด 197.00 บาท; ซื้อ; AWS TP: 225.00 บาท)
          - เราคาดกลุ่มธนาคาร รวมถึง BBL จะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างมากจากสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นทั่วโลก ถึงแม้ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ในการประชุมเมื่อวานนี้ แต่เรามองว่ามีความเป็นไปได้ของการปรับดอกเบี้ยขึ้นในช่วงปลทั่วโลก ถึงแม้ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน ยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% แต่เรามีความเป็นไปได้ของการปรับดอกเบี้ยขึ้นในช่วงปลายปีนี้หรือปีหน้าด้วยตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ดูดีขึ้น โดยล่าสุด กนง. ได้ปรับประมาณการการเติบโตของ GDP ปี 2561 และ 2562 ขึ้นเป็น 4.4% และ 4.2% ตามลำดับ จากเดิม 4.1% ถึงแม้ว่าสินเชื่อ BBL ณ สิ้นเดือน พ.ค. จะยังหดตัว 0.7% YTD แต่ BBL มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2561 ที่ 5% เป็นไปตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและการเร่งการลงทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เราประมาณการ EPS จะเติบโต 9% ในปี 2561 และ 15% ในปี 2562 อีกทั้ง ปัจจุบันหุ้น BBL ซื้อขายด้วยค่า PBV ที่ถูกเพียง 0.9 เท่า เป็นโอกาสในการเก็บสะสม
          - Price Pattern ของ BBL มีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างเต็มตัว จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ BBL มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 198.50 บาท ซึ่งหาก Price Pattern ของ BBL มีความแข็งแกร่งที่มากพอ โดยสามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 198.50 บาทได้สำเร็จ ก็จะมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ 213 บาท ทั้งนี้ BBL มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 194.50 บาท (Resistance: 198.00, 199.00, 201.00; Support: 196.00, 195.00, 192.50)

รวบรวมโดย การเงินธนาคารทีวี

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top