รวมบทวิเคราะห์หุ้น


บทความ ล่าสุด

21 พฤศจิกายน 2560

ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้               (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
 
ขึ้นต่อ แต่ภาพรวมไม่คึกคัก รอดูปัจจัยภายนอกเพิ่มเติม
          KGI คาด SET วันอังคารขึ้นต่อ แต่ภาพรวมซื้อขายไม่น่าคึกคักมาก (คล้ายเมื่อวานนี้) แม้ยังมีแรงส่งจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในหลังจีดีพีไทยไตรมาส 3/2560 โตโดดเด่น 4.3% YoY (สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ KGI และ consensus คาด) แต่นักลงทุนส่วนหนึ่งจะยังชะลอเพื่อติดตามปัจจัยภายนอกที่สำคัญ เช่น i) แผนลดภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนในแง่ของเงื่อนเวลา และ ii) ปัญหาการเมืองในเยอรมันที่ปะทุขึ้น หลังว่าที่นายกฯ นางแอนเจลา เมอร์เคล ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสม 3 พรรคได้ และเริ่มเผยแนวทางจัดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้เรามองว่าฟันด์โฟลว์ดูดีขึ้นแล้ว (ตามคาด) แต่น่าจะยังไม่กลับเข้าตลาดหุ้นอย่างชัดเจนมากนัก เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่กล่าวไปข้างต้น ขณะที่แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศน่าจะทยอยเข้ามาเช่นกันตามเม็ดเงินซื้อกองทุนแอลทีเอฟในช่วงปลายปี เรามองว่าทิศทางตลาดจะเป็นเช่นนี้ไปถึงปลายสัปดาห์ (แกว่งขึ้นไม่แรง) และยังเน้นธีมหุ้นเชื่อมโยงจีดีพีแข็งแกร่ง เช่นกลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก กลุ่มสื่อ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เรามองว่ากลุ่มเหล่านี้มีโอกาสถูกปรับเพิ่มประมาณการปี 2561 ขึ้น ตามการปรับประมาณการเศรษฐกิจจากทั้งเราและ consensus 
 
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน          (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
 
เก็งกำไร SPA / สะสม KBANK*, MONO*
          SPA (เป้า Consensus 18.3 บาท ... สูงสุด 20 บาท) 1) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยเดือน ต.ค. +20.9% YoY โดยนักท่องเที่ยวจีน และฮ่องกง ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ SPA เพิ่มขึ้นถึง 69.8% YoY และ 6.4% YoY ตามลำดับ (ผลจากฐานต่ำปีก่อน) คาดเป็น Sentiment บวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q60 2) แจ้งตลาดฯ เริ่มขายแฟรนไชส์สปาที่จีน เริ่มเปิดสาขาแรก 1Q61 คาดเป็นบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคต เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ และเป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากเป็นการลงทุนลักษณะแฟรนไชส์ 3) ประเมินแนวรับ 17.8 บาท แนวต้าน 18.7 บาท และถัดไปที่ 19.5 บาท (Stop loss 17 บาท)
          KBANK* (เป้าพื้นฐาน 250 บาท) 1) เรายังคงประเมินมุมบวกต่อ KBANK* สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานที่คาดว่าพ้นจุดต่ำสุดแล้วในปีนี้ โดยคาดยอดสินเชื่อปีหน้าเติบโต YoY ฟื้นตามภาวะเศรษฐกิจ และ Credit cost ที่ลดลง 2) Valuation ไม่แพง ด้วย PBV 1.56 เท่า (ค่าเฉลี่ย PBV ย้อนหลัง 5 ปี เท่ากับ 1.8 เท่า) 3) ประเมินแนวรับ 220 บาท และ 218 บาท แนะนำ “สะสมแนวรับ” แนวต้าน 235 บาท (Stop loss 210 บาท) 
          MONO* (เป้าพื้นฐาน 5.75 บาท) 1) ประเมิน Earnings momentum จะเติบโตแบบ YoY ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ไตรมาสติด จาก Utilization +เรตติ้งช่อง MONO29 ที่ดีขึ้น (คาดชะลอตัวเพียงชั่วคราวในเดือน ต.ค.) 2) Valuation ไม่แพงเทียบกับกลุ่มสื่อฯ โดยคาด PE ปี 2561 = 24.5 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ?30 เท่า 3) ประเมินแนวรับ 4.2 บาท และถัดไปที่ 4.0 บาท แนะนำ “สะสมแนวรับ” แนวต้าน 4.3 บาท และถัดไปที่ 4.8 บาท (Stop loss 4.0 บาท)
 
หุ้นมีข่าว
          (+) ชงคมนาคมเคาะยก 2 สนามบินให้ AOT* (ไทยโพสต์) ทย.เดินหน้าพัฒนาสนามบินภูมิภาค เตรียมชงคมนาคมพิจารณายกสิทธิ์ ทอท.บริหารสนามบินอุดร-ตาก ภายในเดือน พ.ย.60 นี้ พร้อมเปิดเอกชนร่วมลงทุนพัฒนา 4 สนามบิน ปี 60 มีกำไร 800 ล้านบาท
          (+) EPG* เพิ่มกำลังการผลิต-มุ่งตลาดอาเซียน (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป มั่นใจทิศทางธุรกิจโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์เศรษฐกิจขยายตัว พร้อมเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตฉนวนกันความร้อน/เย็น "Aeroflex" ในสหรัฐฯ ด้วยเครื่องจักรอัตโนมัตรความเร็วสูง และ EPDM Insulation หวังขยายตลาดในกลุ่มอาเซียน
          (+) SPA บุกหนักจีน ขายแฟรนไชส์ เปิดที่เทียนจิน (ข่าวหุ้น) บอร์ด SPA อนุมัติเซ็นสัญญาแฟรนไชส์ในเมืองเทียนจิน ประเทศจีน คาดเริ่มเปิดไตรมาส 1/61 ส่วนผลงานไตรมาส 4/60 คาดรายได้พุ่งไม่หยุด ย้ำปีนี้รายได้โต 30% เตรียมเปิดเพิ่ม 3 สาขาในเดือน ธ.ค.นี้ ดันสิ้นปีมีสาขารวม 41 สาขา
          (+) WHAUP จับมือพันธมิตร ผุดโรงไฟฟ้าขยะ (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ เตรียมผุดโรงไฟฟ้าขยะ หลังให้ "มารูเบนิคอร์ปอเรชั่น "เริ่มก่อสร้าง ขนาด 8.63 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี หนุนรัฐสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและป้องสิ่งแวดล้อมด้วยการแปลงขยะให้เป็นพลังงานสีเขียว เลี่ยงการปล่อย CO2
          (+) ICHI คาดรายได้ปีหน้า 7 พันล้าน (กรุงเทพธุรกิจ) ปรับสูตรเครื่องดื่ม ลดต้นทุนภาษีน้ำหวาน อิชิตันตั้งเป้ารายได้ปี 61 ที่ 6.8-7 พันล้าน จากปีนี้คาดมีรายได้ 5.8 พันล้าน อานิสงส์ส่งออกเพิ่ม-ยอดขาย ในประเทศฟื้น พร้อมลดน้ำตาลใน เครื่องดื่มทุกรสชาติหลังรัฐขึ้นภาษีน้ำหวาน
          (+) ดีเดย์ 20 พ.ย.ตอกเข็มสายสีชมพู คาดผู้โดยสารใช้บริการทะลัก (ไทยโพสต์) รฟม.เร่งเคลียร์พื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี เตรียทดสอบเสา เข็มเริ่มโครงการ 20 พ.ย.นี้ ไตรมาสแรกปี 61 เริ่มลงมือสร้างเต็มรูปแบบ คาดผู้โดยสาร 35,000 คนต่อวัน
 
หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
          COM7* (เป้า Consensus 17.8 บาท … สูงสุด 21 บาท) ประเมินแนวรับ 17 บาท และถัดไปที่ 16.8 บาท หากผ่านแนวราคา 17.5 บาทได้ ประเมินทดสอบแนวต้าน Channel line ที่ 18.5 บาท … ล่าสุด Consensus ยังปรับเป้าหมายขึ้นต่ออีก
          TICON (เป้าพื้นฐาน 19.3 บาท) ประเมินแนวรับ 16.9 บาท แนวต้าน 18 บาท และถัดไปที่ 18.6 บาท (Trailing stop 16.6 บาท) … สำหรับนักเก็งกำไรสั้น เราแนะนำ switching หุ้นกลุ่มนิคมฯ จาก AMATA* ที่ Upside จำกัด ไปหุ้นที่ยังมี Upside เหลือ อย่าง TICON และ WHA* 
          EASON (เป้า Consensus 4.5 บาท) แนะนำ “Let profit run” กำหนด Trailing stop 4.0 บาท 
          SGF (ยังไม่มีเป้า Consensus) ประเมินแนวรับ 0.25 บาท แนวต้านเทรนไลน์ที่ 0.28 บาท และถัดไปที่ 0.30 บาท (Stop loss 0.23 บาท)
          PTTEP* (เป้าพื้นฐาน 103 บาท) ประเมินแนวรับ 90 บาท แนวต้าน 95 บาท แนะนำ “สะสมแนวรับ” (Stop loss 86 บาท) 
          KTC* (เป้าพื้นฐาน 180 บาท) แนะนำ “Let profit run” กำหนด Trailing stop 155 บาท
          WHAUP (เป้าพื้นฐาน 8.5 บาท) ประเมินแกว่งตัวในกรอบ 7.8 – 8.6 บาท แนะนำ “เก็งกำไร” ในกรอบฯ 
          BANPU* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) พิจารณาแนวราคา 17.1 บาท หากต่ำกว่าแนะนำ “Stop loss” / หากยืนได้ แนะนำ “ถือ”
 
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
          กลุ่มสื่อ น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มของกลุ่มสื่อ แม้จะคาดกำไรของหุ้นกลุ่มสื่อจะชะลอลงใน 4Q60 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามการใช้เม็ดเงินโฆษณาที่ลดลงของตัวแทนโฆษณาในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในเดือน ต.ค. 2560 แต่จะยังโตได้ YoY เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำใน 4Q59 เลือก MONO* เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มเนื่องจาก i) คาดว่า EPS ปี 2561 จะโตเด่นที่สุด และ ii) ราคาหุ้นยังไม่แพงเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นในกลุ่ม
          CENTEL* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 57.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน 1) การเติบโตโรงแรมจะเป็นต่อเนื่องและในอัตราเร่งใน 4Q60 2) การปิดซ่อมแซม/ปรับปรุงโรงแรมแกรนด์ เซ้นทรัลเวิลด์ จะมีผลกระทบต่อรายได้โรงแรมน้อยกว่าที่คิด นอกจากนี้การเปิดโรงแรมใหม่จะเป็นตัวเสริมรายได้โรงแรมปีหน้า 3) กลยุทธ์การเพิ่มราคาห้องพักผ่านการพัฒนาช่องทางการขาย ทำให้บริษัทจะสามารถเพิ่มรายได้/ห้องดักได้ในปีหน้า  ในขณะที่การฟื้นตัวของธุรกิจอาหาร ก็ฟื้นตัวได้แรงต่อเนื่องใน 4Q60 และความเนื่องจากช่วยให้ CENTEL* มีโอกาสเติบโตได้ต่อ
 
          นักวิเคราะห์: อดิศักดิ์ คำมูล
          66.2658.8888 ต่อ 8843
          Research@kgi.co.th
 
          โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 21 พ.ย. 2560
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  (“บริษัท”)  มิได้ให้การรับรองใดๆ ถึงความถูกต้องและแท้จริงของข้อมูลในเอกสารนี้  (“ข้อมูล”)  ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม บริษัทไม่ขอรับผิดชอบต่อความเสียหายในรายได้ หรือผลประโยชน์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากการใช้ ข้อมูล และข้อมูลนี้มิได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการชักชวนหรือชี้นำให้ซื้อขายหลักทรัพย์ใดๆ ทั้งนี้ข้อมูลถูกจัดทำขึ้นจากแหล่งของข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและ บริษัทสงวนสิทธิในการแก้ไขข้อความใดๆในเอกสารนี้โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top