เศรษฐกิจการเงินการลงทุน


14 มีนาคม 2561

เอ็มเอฟซีตั้งเป้ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิปี 2561 เติบโต 520,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.3

บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เผยผลงานปี 2560 บริษัทมีรายได้ 950.4 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 187.5 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนทุกประเภท (NAV) เป็น 520,000 ล้านบาท เน้นกลยุทธ์หลักเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานลูกค้า สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าจากผลงานการบริหารกองทุนและผลตอบแทนทุกประเภทกองทุน สร้าง Strategic Partners โดยเฉพาะในต่างประเทศเพื่อพัฒนาธุรกิจและประสิทธิภาพการบริหารกองทุน และมุ่งเน้นธุรกิจที่สร้างการเติบโตและรายได้ที่ยั่งยืน
          นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2560 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนทุกประเภทภายใต้การจัดการของบริษัทมีมูลค่า 454,900 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 6.9 จากปี 2559 ที่มีมูลค่า 425,600 ล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนรวม 264,100 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นร้อยละ 10 จากปี 2559 ที่มีมูลค่า 238,800 ล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 155,100 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นร้อยละ 0.6 จากปี 2559 ที่มีมูลค่า 154,300 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 35,100 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นร้อยละ 9.4 จากปี 2559 ที่มีมูลค่า 32,000 ล้านบาท โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนทุกประเภทมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 7 ของอุตสาหกรรม คิดเป็นร้อยละ 6.5
          เอ็มเอฟซีได้เสนอขายกองทุนใหม่ในปีที่แล้ว 45 กองทุน สามารถระดมเงินได้ 32,807 ล้านบาท เป็นกองทุนรวม 19 กองทุน มูลค่ารวม 10,757 ล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้มีการจัดตั้งกองทุนใหม่ 6 กองทุน มูลค่ารวม 13,931 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคลมีการจัดตั้งกองทุนใหม่ 20 กองทุน มูลค่ารวม 8,119 ล้านบาท
          เอ็มเอฟซีได้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม 40 กองทุน เป็นเงินกว่า 1,233.27 ล้านบาท โดยกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไฮ-ดิวิเดนด์ฟันด์ (HI-DIV) จ่ายเงินปันผลรวมสูงสุดกว่า 488.73 ล้านบาท และกองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเฟล็กซิเบิลฟันด์ (MFX) จ่ายเงินปันผลต่อหน่วยสูงสุด 1.47 บาท (หมายเหตุประกอบด้านล่าง) 
          นอกจากนี้เอ็มเอฟซียังได้รางวัลบลจ. ดีเด่นต่อเนื่องสองปีซ้อน (Outstanding Asset Management Company Awards) จาก SET Awards 2017 และ 2016 ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและวารสารการเงินธนาคาร และเอ็มเอฟซียังได้รับรางวัล Domestic Fixed Income Team Awarded ปี 2017 จากงาน The Asset Award จัดโดย The Asset Benchmark Research ซึ่งสองรางวัลที่ได้รับเป็นรางวัลประเภทผู้จัดการกองทุนด้านตราสารหนี้ (Pipat Narunant-Most Astute Investor Thailand) และรางวัล Top Investment House Thailand 2017
          ปีที่ผ่านมาเอ็มเอฟซียังได้เปิดสำนักงานสาขาเพิ่มเติมที่จังหวัดอุบลราชธานี อ. หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้ขยายพื้นที่ของสาขาเชียงใหม่ เพื่อให้บริการด้านการวางแผนการลงทุนสำหรับกลุ่มผู้สนใจลงทุนได้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค ปัจจุบันเอ็มเอฟซีมีสาขารวม 9 แห่งนอกเหนือจากสำนักงานใหญ่อาคารคอลัมน์ทาวเวอร์ ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า สาขาในต่างจังหวัดได้แก่ ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง พิษณุโลก อุบลราชธานี และหาดใหญ่
          กรรมการผู้จัดการ กล่าวต่อไปว่า ในปี 2561 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเป็น 520,000 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3 และรักษาระดับรายได้ที่ 1,313 ล้านบาท โดยบริษัทจะเน้นกลยุทธ์หลักคือ เพิ่มประสิทธิภาพของสาขาต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานลูกค้า สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าจากผลงานการบริหารกองทุนและผลตอบแทนทุกประเภทกองทุน สร้าง Strategic Partners โดยเฉพาะในต่างประเทศเพื่อพัฒนาธุรกิจและประสิทธิภาพการบริหารกองทุน และมุ่งเน้นธุรกิจที่สร้างการเติบโตและรายได้ที่ยั่งยืน
          ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

: แสดงความคิดเห็น :

Scroll To Top