เศรษฐกิจการเงินการลงทุน


9 มกราคม 2562

“อียู” ประกาศปลดล็อกใบเหลืองประมงไทย


 
         “อียู” ประกาศปลดล็อกใบเหลืองไอยูยูประมงไทย การันตีความพยายาม 4 ปี ในการยกระดับประมงไทยสู่สากล ขณะที่ “ฉัตรชัย” พร้อมเดินหน้าจัดตั้งคณะทำงานร่วมอาเซียน หวังป้องกันปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมายในภูมิภาควานนี้ (8 ม.ค.) นายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง ได้ประกาศแถลงการณ์ผลการพิจารณาปลดใบเหลืองการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุมของไทย หรือไอยูยู ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หลังไทยสอบผ่านการปฏิรูปเพื่อควบคุมการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และยังกล่าวภายหลังพบหารือกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีว่า การต่อสู้การทำ ประมงผิดกฎหมายเป็นภารกิจแรกเริ่มของอียู ซึ่งในขณะนี้รู้สึกตื่นเต้นที่อียูได้มีหุ้นส่วนใหม่ที่ให้คำมั่นร่วมจัดการปัญหานี้จริงจัง โดยก่อนหน้านี้อียูแจกใบเหลืองไทย ฐานล้มเหลวแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย แต่ด้วยการหารือกับอียู และการออกกฎหมายเกี่ยวข้องและดำเนินการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง ทำให้อียูถอนคืนใบเหลืองของไทย
          พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับปลดใบเหลือง หรือ ประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการทำประมงผิดกฎหมายแล้ว ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นความสำเร็จที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันพยายามแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยูมาโดยตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่ไทยได้ใบเหลือง เมื่อเดือนเม.ย.2558 ซึ่งประเทศไทยได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ทั้งการออกกรอบกฎหมาย การบริหารจัดการประมง การบริหารจัดการกองเรือ การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมาย
          “ประเทศไทยได้แสดงความรับผิดชอบและบทบาท ทั้งในฐานะรัฐเจ้าของธง รัฐชายฝั่ง รัฐเจ้าของท่าและรัฐตลาด ในระดับมาตรฐานสากล ส่งผลให้อียูปลดใบเหลืองให้ไทย ซึ่งสะท้อนความสำเร็จที่ไทยได้ยกระดับของการทำประมงเชิงพาณิชย์ ทั้งในและนอกน่านน้ำเข้าสู่มาตรฐานสากล และพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือกับอียูเพื่อส่งเสริมการประมงอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค และจากนี้ไปรัฐบาลไทยยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะขจัดปัญหาการทำประมงไอยูยู เพราะเห็นความจำเป็นในการรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำ ไม่เพียงเฉพาะประเทศ แต่รวมถึงทรัพยากรของโลกด้วย ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาประมงไอยูยูได้ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ”
          พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ประเทศไทยได้วางรากฐานระบบป้องกันการทำประมงไอยูยูไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว ใน 6 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านกฎหมาย 2.การบริหารจัดการประมง 3.การบริหารจัดการกองเรือ 4.การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) 5.ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และ 6.ด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยการดำเนินการระยะต่อไป ทั้งอียูและไทย เห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับแผนงานความร่วมมือเพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงไอยูยู หรือไอยูยูฟรี ได้โดยสมบูรณ์ รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือในระดับอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยูร่วมกัน
       ประกอบด้วย 3 แผนหลัก ได้แก่
       1. การจัดตั้งคณะทำงานไทย-สหภาพยุโรป เรื่องการต่อต้านการทำประมงไอยูยู
       2.การจัดตั้งคณะทำงานร่วมอาเซียนเพื่อป้องกันและปราบปรามการทำประมงไอยูยู หรือ ASEAN IUU Task Force เนื่องจากประสบการณ์การแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยู ที่ไทยสั่งสมเกือบตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สามารถร่วมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเทศอื่นๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันได้โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน
     “โดยไทยได้เสนอที่จะผลักดันการจัดทำนโยบายประมงอาเซียน (ASEAN General Fisheries Policy) ให้มีผลเป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานร่วมอาเซียนเพื่อป้องกันและปราบปรามการทำประมงไอยูยูเพื่อเป็นกลไกการป้องกันการทำประมงไอยูยูในระดับภูมิภาคด้วย โดยไทยกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ASEAN IUU Workshop ในช่วงเดือน เม.ย.2562 เพื่อผลักดันการจัดตั้ง ASEAN IUU Task Force”
   สำหรับประเด็นที่ 3 คือ การส่งเสริมการประมงปลอดจากสัตว์น้ำและสินค้าประมงจากการทำประมงไอยูยู หรือ IUU-free Thailand ตามที่ไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการประมงปลอดจากสัตว์น้ำและสินค้าประมงจากการทำประมงไอยูยู และนำเสนอการดำเนินงานด้านการออกใบรับรองการจับสัตว์น้ำของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ไทยจะศึกษาเพื่อนำไปสู่ IUU-freeThailand ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมต่อไป

: แสดงความคิดเห็น :

Scroll To Top