เศรษฐกิจการเงินการลงทุน


8 สิงหาคม 2562

หอการค้าไทยฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. 62 ลดลงต่อเนื่อง-ต่ำสุดในรอบ 22 เดือน


 
          ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ก.ค.62 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 75.0 จาก 76.4 ในเดือน มิ.ย.62 เป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และต่ำสุดในรอบ 22 เดือน จากความกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจ
          สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 62.2 จาก 63.4  ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำ อยู่ที่ระดับ 70.9 จาก 72.2 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ระดับ 91.9 จาก 93.5  
         ปัจจัยลบที่สำคัญ ได้แก่ ปัญหาสงครามการค้าโลก, ภัยแล้ง, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลง, การส่งออกในเดือน มิ.ย.62 ติดลบ 2.15%, ผู้บริโภคกังวลเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวช้าและกระจุกตัว 
         ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ การเมืองในประเทศชัดเจนขึ้นหลังมีการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ , ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลง และเงินบาทแข็งค่า
         นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนก.ค.62 ปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เนื่องจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองเป็นสำคัญ อีกทั้งผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสหรัฐฯ จะทำสงครามการค้ากับจีนมากขึ้น ด้วยการเตรียมปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกรอบในเดือนก.ย.นี้
          นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์ระเบิดที่เพิ่งเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ตลอดจนราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ จึงทำให้เกิดผลเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต และทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3 ของปีนี้เป็นอย่างน้อย ดังนั้น จึงเห็นว่าเป็นความจำเป็นอย่างมากที่รัฐบาลจะต้องเร่งผลักดันนโยบายการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพราะไม่เช่นนั้นอาจเห็นเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวไปจนถึงไตรมาส 4
          อย่างไรก็ดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังคงประมาณการอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยในปีนี้ไว้ที่ 3.2 - 3.5 % 

: แสดงความคิดเห็น :

Scroll To Top