กองทุนเด่น


บทความ ล่าสุด

31 กรกฏาคม 2560

บลจ.สยามไนท์ฟันด์เปิดขายกองทุนใหม่ ระดมพันล.ลงทุนหุ้นบริษัทในแถบลุ่มแม่น้ำโขง

นายเจอเรมี คิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) สยามไนท์ฟันด์แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนตราสารทุนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นลงทุนในกลุ่มอาเซียนและภูมิภาคแถบลุ่มแม่น้ำโขง รวมไปถึงประเทศจีนและฮ่องกง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เตรียมเปิดขายกองทุนเปิด เอสเคเอฟเอ็ม แม่โขง ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SMF-A และ SMF-I) ซึ่งเป็นประเภทกองทุนรวมตราสารแห่งทุน ดัชนีเทียบวัด (Benchmark) SET Total Return Index และ FTSE Vietnam มีจำนวนเงินทุนของโครงการ 1,000 ล้านบาท โดยจะเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 21-29 สิงหาคม 2560 
          กองทุนเปิด เอสเคเอฟเอ็ม แม่โขง ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SMF-A และ SMF-I) จะลงทุนในตราสารแห่งทุนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเน้นการลงทุนในตราสารทุนของกลุ่มบริษัทในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region "GMS" ประกอบด้วยประเทศไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และเมียนมาร์) 
          รวมถึงลงทุนตราสารแห่งทุนของกลุ่มบริษัทในประเทศอนุภูมิภาคแถบลุ่มแม่น้ำโขงที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นอกภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย เป็นต้น และอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่ลงทุนในกลุ่มประเทศดังกล่าว โดยมีมูลค่าการลงทุนสุทธิ (Net exposure) ในตราสารทุนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพยสินสุทธิเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ซึ่งกองทุนมีความเสี่ยงสูงในระดับ 6 และไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล
          ในการลงทุนกองทุนจะคัดเลือกหุ้นโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐานด้วยวิธี "Bottom up" ตามนโยบายการลงทุนในประเทศและอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้ โดยมีสัดส่วนการลงทุนในแต่ละประเทศไว้เบื้องต้น ดังนี้ ประเทศไทย 50% เวียดนาม 20% เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และจีนยูนนาน รวมกัน 30% ตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงานเป็น 2 เท่าของการเติบโตของจีดีพีเฉลี่ย หรือ +10% ต่อปี
          สำหรับกองทุนเปิด เอสเคเอฟเอ็ม แม่โขง ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SMF-A และ SMF-I) มี 2 class คือ SMF-A เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปมูลค่าการสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งแรกอยู่ที่ 500,000 บาท และ SMF-I เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันมูลค่าการสั่งซื้อขั้นต่ำ 10,000,000 บาท โดยผู้ลงทุนสนใจสามารถติดต่อได้ที่กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจในการเป็นช่องทางในการจัดจำหน่าย ได้แก่ บริษัท หลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จากัด (มหาชน) บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนเว็ลธ์ เมจิก จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท หลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด 
          ทั้งนี้ เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ CLMV ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม มีการเติบโตของจีดีพีสูงถึง 7-8% ต่อปี (เป็น 4 ประเทศจาก 10 อันดับแรกของประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลกในปี 2560 อ้างอิงจากนิตยสาร The Economist) และด้วยประชากรในภูมิภาคกว่า 300 ล้านคน รวมทั้งโครงสร้างประชากรที่มีอายุน้อยจะสร้างความเชื่อมั่นว่าการเติบโตจะยังคงต่อเนื่องไปอีกหลายทศวรรษ
          ขณะที่ประเทศไทย ซึ่งมีกรุงเทพมหานครที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการบริการของภูมิภาค ในด้านการท่องเที่ยว การจับจ่าย การแพทย์ การศึกษา สำนักงานใหญ่ของธุรกิจข้ามชาติและด้านตลาดทุน และไทยยังเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ One Belt, One Road ของจีน เช่นเดียวกับประเทศใน GMS รวมทั้งระดับหนี้ของรัฐบาลของไทยและ GMS นั้น อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้น จึงมีความสามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้หากจำเป็น 
          "การเติบโตของภูมิภาคแถบลุ่มแม่น้ำโขงส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเติบโตภายในประเทศของจีน แต่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเมืองในชนบทของประเทศจีน โดยมูลค่าการค้าภายในกลุ่มอาเซียนและ GMS คิดเป็น 25% ของมูลค่าการค้าทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงระบบเศรษฐกิจที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง แต่นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆ ยังคงเข้าไปในกลุ่มประเทศนี้ไม่มากนัก ซึ่งในอนาคตน่าจะเพิ่มมากขึ้น"
          สรุปได้ว่า GMS เป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยโอกาสที่เกิดขึ้นจากลักษณะภูมิศาสตร์ ที่ตั้ง ที่เสริมกันและกัน รวมไปถึงความเชื่อมโยงของประเทศสมาชิกด้วยกันเองและกับภูมิภาคอื่นๆ อีกทั้งความมั่งคั่งของภูมิภาคยังมีโอกาสขยายได้อีกผ่านความเชื่อมโยงทางการเงินที่ได้รับการยกระดับทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

รายการย้อนหลัง

Scroll To Top