ชี้ช่องทองคำย้อนหลัง


บทความ ล่าสุด

13 กันยายน 2560

Daily Update: Commodity Derivatives - บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ

คำแนะนำ
 
          เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,322-1,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 
 
ปัจจัยพื้นฐาน  
          ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้แรงหนุนจากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในเกาหลีเหนือที่กลับมาอีกครั้งหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดที่ยูเอ็นนำมาใช้กับเกาหลีเหนือ ถือเป็นเพียงขั้นตอนที่เล็กมาก และไม่สามารถเทียบได้กับสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อใช้จัดการกับโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตามราคาทองคำปรับตัวขึ้นในเกณฑ์จำกัดโดยถูกสกัดช่วงบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นและปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์ยังคงสามารถทรงตัวอยู่สูงกว่าจุดต่ำสุดรอบ 2 ปีครึ่งที่ทำไว้ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มวานนี้ 2.96 ตัน ขณะที่วันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)ของสหรัฐในวันนี้เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย คาดว่า ดัชนี PPI ทั่วไปอาจเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนก.ค.
 
ปัจจัยทางเทคนิค
          ราคาทองคำอ่อนตัวลงจนสามารถสร้างระดับต่ำสุดใหม่จากหลายวันก่อนหน้า หากการดีดตัวขึ้นค่อนข้างจำกัดแสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้นยังคงไม่แข็งแกร่งทั้งนี้ ทำให้ประเมินแนวรับระยะสั้นนั้นอยู่ในบริเวณ 1,322-1,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดยังคงมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์
 
กลยุทธ์การลงทุน 
          เน้นการซื้อ-ขายระยะสั้นจากการแกวง่ตัว โดยเข้าซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,322-1,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเตรียมพร้อมลดการถือทองคำลงหากราคาหลุด 1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 
 
ข่าวสารประกอบการลงทุน         
          (+) นักวิเคราะห์ชี้การคว่ำบาตรอย่างเดียวไม่ช่วยคาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ หากประวัติศาสตร์เคยให้บทเรียนในเรื่องนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลี บทเรียนเหล่านั้นย่อมทำให้เรารู้ว่า การใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อให้เกาหลีเหนือยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์นั้น มีแต่จะทำให้ผิดหวัง และไม่เกิดผลดีอันใด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ให้คว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ หลังจากที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุด มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ระบุให้ลดการส่งออกน้ำมันให้กับเกาหลีเหนือลงเกือบ 30% กำหนดเพดานการจัดหาหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับเกาหลีเหนือเอาไว้ที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อปี ระงับการส่งออกก๊าซเหลวธรรมชาติ และน้ำมันดิบประเภทไลท์ครูดคอนเดนเสทให้กับเกาหลีเหนือ ห้ามเกาหลีเหนือทำการส่งออกสิ่งทอทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 800 ล้านดอลลาร์ และห้ามไม่ให้ชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานในต่างประเทศส่งเงินกลับประเทศ จากสถิติพบว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 8 ที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ดำเนินการต่อเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่ที่เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินครั้งแรกเมื่อปี 2549 แต่ถึงกระนั้น ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา วิกฤตนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีกลับยิ่งถลำลึกอยู่ในวังวนอันไร้ที่สิ้นสุด และการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธก็จุดชนวนให้เกิดการคว่ำบาตรครั้งแล้วครั้งเล่า และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ยิ่งบทลงโทษรุนแรงขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งเหมือนท้าทายให้การทดสอบรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
          (-) ขุนคลังสหรัฐยันผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีภายในปีนี้ ขณะเตรียมให้มีผลย้อนหลังถึงต้นปี นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การปฏิรูปภาษีถือเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความสำคัญสูงสุด และเขาให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสหรัฐจะให้การอนุมัติต่อการปฏิรูปภาษีดังกล่าวภายในปีนี้ นายมนูชินยังกล่าวว่า รัฐบาลของปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาให้การปฏิรูปภาษีมีผลบังคับย้อนหลังไปถึงช่วงต้นปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปกฎหมายภาษีสหรัฐ แต่เผชิญอุปสรรคหลายประการในการดำเนินการในปีนี้ ขณะเดียวกัน นายมนูชินกล่าวว่า เป้าหมายของปธน.ทรัมป์ในการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 15% อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จ "ผมไม่รู้ว่าเราจะสามารถทำได้ เมื่อพิจารณาถึงประเด็นงบประมาณ" เขากล่าว
          (-) หุ้นแบงก์หนุนตลาดปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มการเงินนำตลาดพุ่งขึ้น แต่การร่วงลงของหุ้นแอปเปิลหลังเปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุดสกัดกั้นการปรับตัวขึ้นของตลาด นักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นหลังคลายวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ รวมถึงผลกระทบทางการเงินจากพายุเฮอริเคนเออร์มาที่รุนแรงน้อยกว่าที่วิตกกัน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 61.49 จุดหรือ 0.28% สู่ระดับ 22,118.86, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 8.37 จุดหรือ 0.34% สู่ระดับ 2,496.48 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 22.02 จุดหรือ 0.34% สู่ระดับ 6,454.28 
          (-) ดอลล์ทรงตัวหลังความต้องการเสี่ยงเพิ่มขึ้น ดอลลาร์ทรงตัวในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งอาจบ่งชี้กำหนดเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญทรงตัวที่ 91.892 หลังปรับตัวขึ้นสูงถึง 92.08 นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังปรับตัวขึ้น 0.71% เมื่อเทียบกับเยนซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. นักวิเคราะห์ระบุว่า แรงซื้อคืนอาจช่วยหนุนดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญๆ ขณะที่บรรดานักลงทุนมุ่งความสนใจในขณะนี้ไปที่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่จะเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ ปอนด์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโร หลังเงินเฟ้อของอังกฤษแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี ส่วนยูโรปรับตัวขึ้น 0.15% สู่ระดับ 1.1969 ดอลลาร์
 
          ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ryt9 และ Bisnews
 
          นักวิเคราะห์ : วรุต รุ่งขำ เลขทะเบียน : 040068
          ผู้ช่วยนักวิเคราะห์ : เบญจมา มาอินทร์
 
          โดย บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประจำวันที่ 13 ก.ย. 2560
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
The opinions and information presented in this report are those of the YLG Bullion & Futures Co. Ltd. Research Department. Opinions, estimates and projections contained herein are subject to change without notice. The information and opinions contained herein have been compiled or arrived at from sources believed reliable but no representation or warranty in any form regarding the accuracy, completeness, correctness or fairness of opinions and information of this report offered by YLG Bullion International Co., Ltd. YLG Bullion International Co., Ltd., its affiliates, employees or agents accepts no liability whatsoever for any loss arising from the use of this report or its content. This report (in whole or in part) may not be reproduced or published without the express permission of YLG Bullion International Co., Ltd. Contact the Research Department of YLG Bullion & Futures Co., Ltd.: 0-2687-9999.
 

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top